Print
Hits: 5388

 

ภญ.อัญชลี ชุติไพจิตร หรือ คุณปุ๊ก

Start Up อายุน้อยร้อยล้านด้วย "สมูทโตะ"
ขายดี๊ดี ผ่านร้านเซเว่น 

เชื่อว่าหลายๆ คนที่เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ที่รักสวยรักงามและดูแลตัวเอง ใครเคยสังเกตบ้างว่า ปัจจุบันนั้นร้านเซเว่นฯ มีสินค้าที่เป็นกลุ่มความสวยความงามเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว หรือเครื่องสำอางต่างๆ ทั้งนี้เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการการดูแลตัวเองมากขึ้นและชอบความสะดวกมากขึ้นนั่นเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบซองเราจะเห็นเยอะมาก เพราะนอกจากจะใช้งานง่ายแล้วยังพกพาสะดวก เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเราเป็นที่สุด

สมูทโตะ (Smooto) ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นกว่า 8,000 สาขาทั่วประเทศ และเชื่อว่าสาวๆ ก็คงเคยได้ยินและได้ลองใช้กันมาบ้างแล้ว เพราะเขามีมากมายหลากหลายสูตรและมาในราคาที่ไม่แพงเลย อะไร? คือสิ่งที่ทำให้สมูทโตะเป็นที่รู้จักและเข้าไปนั่งอยู่ในใจใครหลายๆ คน วันนี้เราจะพามารู้จักกัน 

 

มารู้จักกับ "คุณปุ๊ก" ภญ.อัญชลี ชุติไพจิตร เจ้าของแบรนด์ "สมูทโตะ"
ภญ.อัญชลี ชุติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เมดดิคัล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "คุณปุ๊ก" ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เจ้าของแบรนด์สมูทโตะ เล่าว่า บริษัท โกลบอล เมดดิคัล (แห่งประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งขึ้นต้นเดือนมีนาคม 2556 ถึงตอนนี้ก็ประมาณ 3 ปีพอดี เรียกว่าอยู่ในวัยที่กำลังเติบโต โดยคุณปุ๊กนั้นมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง และคุณนุ่น ซึ่งเป็นเพื่อนที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทขึ้นมานั้นจะเชี่ยวชาญเรื่องของโรงงานยาและผลิตยา เรียกว่าต่างคนต่างนำความรู้ที่ตนเองมีและมาร่วมกันบริหารได้อย่างลงตัว โดยที่มาของชื่อมาจากคำว่าสมูท (Smooth) ที่แปลว่าเรียบ / ลื่น แต่คำว่าสมูทอย่างเดียวอาจไม่ติดหู และอยากได้ความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปด้วย จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ "สมูทโตะ" นั่นเอง

“สมูทโตะเกิดจากการคุยกันกับเพื่อนว่าเราจะทำเครื่องสำอางดี ๆ สักตัว ที่ราคาไม่แพงขาย ก็คิดเห็นตรงกันเลยมาเปิดโรงงาน ซึ่งในปีแรกเราคิดแค่ว่าต้องมีสินค้าดีที่ราคาไม่แพง แล้วก็ขาย แต่ด้วยความที่เราไม่มีความรู้เรื่องของช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนมาวันนึงมีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง เลยมีโอกาสได้เข้าไปคุยกับทีมงานว่าจะนำสินค้าไปนำเสนอ ซึ่งวันนั้นทางทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้งก็ได้แนะนำว่า ถ้าเราอยากจะนำสินค้าเข้ามาขายในช่องทางเซเว่นฯ ต้องทำอย่างไรบ้าง”

การจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ ครั้งแรก
ผลิตภัณฑ์ที่ออกมา คุณปุ๊กบอกว่าครั้งแรกทดลองจำหน่ายที่ร้านเซเว่นฯ ทั้งหมด 100 สาขา ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจึงได้ขยายผลจนเป็นเซเว่นฯ ทุกสาขา ซึ่งใช้เวลาตั้งแต่การออกแบบจนขายที่ร้านเซเว่นฯ ประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็น 1 ปีที่บริษัทได้มีการเรียนรู้สิ่งอื่นๆ มากมายที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ลงขายทุกสาขาแล้วก็เริ่มรู้สึกว่าเราต้องเตรียมตัวเรื่องคุณภาพ การจัดส่งสินค้าให้ครบถ้วนตามตรงที่ลูกค้าต้องการ จึงทำระบบคุณภาพ ระบบ GMP ขึ้นมา เพื่อรับประกันว่าสินค้าของเรามีคุณภาพมารตรฐาน และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของสมูทโตะก็ได้รับรางวัล "เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ด" กับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งด้านเศรษฐกิจ
"ลูกค้าส่วนใหญ่ใส่ใจสุขภาพ อยากได้สินค้าที่มาจากธรรมชาติและคิดถึงความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม แต่ทั้งนี้คุณภาพต้องดีและราคาต้องไม่แพง เราจึงตั้งกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาว่าลูกค้าคือผู้บริโภคสินค้าในเซเว่น อีเลฟเว่น โดยที่เราโฟกัสไปที่เด็กผู้หญิงวัยนักเรียนนักศึกษา จนถึงวัยทำงานที่ซื้อสินค้าที่ราคาไม่แพง

โดยสินค้าซีรี่ย์แรกที่ออกมาคือ Smooto Fruit Liposom โดยเรามีโรงงานโนฮาวจากประเทศญี่ปุ่น ซี่รี่ย์ที่ 2 คือ Smooto Kawaii เป็นซีรี่ย์ที่เราเอาสารสะกัดที่ได้รับความนิยมมาพัฒนาออกเป็นสินค้า นั่นก็คือเมือกหอยทาก , พิษผึ้งแล้วก็เต้าหู้ญี่ปุ่น ซี่ รี่ย์ที่ 3 คือ Smooto Tomato Collagen เป็นซีรี่ย์ที่ได้รับรางวัลเซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเป็นตัวที่ทำให้สมูทโตะได้รู้จักในวงกว้างขวางมากขึ้น มีการบอกต่อถึงเรื่องประสิทธิภาพ โดยยอดขายจนถึงปัจจุบันประมาณ 7 ล้านชิ้น ซีรี่ที่ 4 คือSmooto Premium Set คือมาจากความต้องการของลูกค้าที่ว่าไม่อยากไปซื้อในรูปแบบหัวจุ๊บบ่อยๆ อยากได้แบบขวด เลยได้ออกมาเป็นสมูทโตะพรีเมี่ยมซึ่งจะขายในรูปแบบหลอด สำหรับซีรี่ย์ที่ 5 คือ Smooto Vampire ที่ออกแบบมาเพื่อคนชอบขาวแบบรวดเร็ว เลยทำเป็นเมคอัพทาตัวขึ้นมา และซี่รี่ย์สุดท้ายที่ตอนนี้คือขายดีมากๆ แบบผลิตไม่ทันก็ คือ Smooto Aloe-E Snail Bright Gel เป็นครีมที่ในท้องตลาดก็มีขายแต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสารสกัดจากว่านหางจระเข้ 92.5% แต่ของเราพัฒนาเพิ่มขึ้นมาเป็น 99.5% และบวกกับเมือกหอยทากลงไปด้วย ซึ่งจุดขายของตัวนี้คือคนสมัยนี้จะดูแลผิวด้วยการทำทรีทเม้นท์ ทำเลเซอร์มา ซึ่งอาจทำให้ผิวหน้าบางลงได้ บางคนผิวแพ้ง่าย และไม่รู้จะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนดี ตัวนี้เป็นคำตอบของผิวสภาพนี้

ทำยังไงให้"สมูทโตะ" แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ
แน่นอนว่าการที่เราจะสร้างแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์อะไรออกมาสักอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ และยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทความสวยความงาม ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดและคู่แข่งเยอะแบบนี้ คุณปุ๊กมีวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ ให้แตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างไรนั้น คุณปุ๊กบอกว่า การดูกระแสและต้องหาความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญ อย่างเช่น ผลไม้มีหลายชนิด แต่ก็ไม่ใช่ทุกชนิดที่ทุกคนรู้สึกว่าใช้แล้วจะสวย เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการสำรวจก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้บริโภคมีความต้องการอยู่แล้ว แล้วเมื่อใช้แล้วสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ โดยนำสิ่งเหล่านี้นำเสนอออกมาในรูปแบบที่แตกต่าง สุดท้ายคือก่อนที่สินค้าจะนำสู่ออกตลาดก็จะต้องมีการสำรวจกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอด้วย "บริษัทจะเน้นตั้งแต่การดูความต้องการของลูกค้าว่าเทรนด์เป็นอย่างไร และจะมีการเซอร์เวย์อยู่เสมอว่าตอนนี้ตลาดเป็นอย่างไร แล้วก็มีการพัฒนาสูตรออกมาใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เรื่องบรรจุภัณฑ์ก็สำคัญโดยมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ให้ผู้บริโภคชอบ แล้วค่อยๆ ไปที่กระบวนการผลิตควบคู่กับคุณภาพ ที่สำคัญคือมาจากการเคลื่อนไหวของเพื่อน เพื่อนในที่นี้คือลูกค้า คือสินค้าเรามีรูปร่างหน้าตา ดูวัยรุ่น ดูทันสมัย ซึ่งก็เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจนไปถึงวัยทำงานเริ่มต้น คนเหล่านี้ไม่อยากได้ของที่ราคาแพง พอใช้แล้วดี ก็เกิดการบอกต่อไปเรื่อยๆ โดยที่เริ่มมาจากทางออนไลน์ก่อน เหมือนคนใช้แล้วใช้กันเยอะเลยบอกต่อกันเยอะ นอกจากนั้นก็จะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆ อย่าง Blogger หรือเน็ตไอดอลนำสินค้าไปรีวิว ก็เลยเกิดกระแส
โดยรอบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นก็มีการตอกย้ำแบรนด์สมูทโตะโดยการออกบูธโชว์ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน , มหาวิทยาลัย หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ ให้ลูกค้าได้รู้จักตัวตนเองสมูทโตะเพิ่มมากขึ้น"

การวางแผนในอนาคต
อย่างที่บอกกันไปแล้วว่าสมูทโตะนั้นเขามีการพัฒนาสูตรออกมาใหม่ๆ แทบจะตลอดเวลาแบบนี้ ในอนาคตสมูทโตะจะไปในทิศทางไหน คุณปุ๊กบอกว่า ในอนาคตสมูทโตะจะมีการออกซีรี่ย์ใหม่ ในปีนี้ก็จะมีการออกอีก 1 ซีรี่ย์ นอกจากนั้นจะสร้างสินค้าแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ที่สนับสนุนสมุนไพรไทย โดยจะออกเป็นสมุนไพรไทยที่ทันสมัย คนหยิบดูแล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้ใช้ โดยใช้ชื่อว่าแบรนด์ “สาวสยาม” จะเป็นสมุนไพรไทยที่ใช้ได้ไม่เชย อันที่สองจะเน้นกลุ่มลูกค้าคนจีน เนื่องจากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะคนจีนชอบเครื่องสำอางไทย โดยใช้ชื่อว่าแบรนด์ “ค็อกโคดายสยาม” เป็นครีมสลีปปิ้งมาร์คจระเข้ เพื่อตอบสนองสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายหรือความต้องการฟื้นฟู นอกจากนั้นก็จะมีสารสกัดจาก
ลูกประคบ และครีมทาส้นเท้าที่ทำจากเมือกของกล้วยที่กำลังจะตามมา โดยจะวางจำหน่ายผ่านช่องทางทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นร้านค้าที่รับซื้อของฝากของคนจีน รวมถึงการไปออกบูธที่ประเทศจีนด้วย ที่สำคัญสมูทโตะยังวางแผนที่จะขยายกลุ่มลูกค้าไปยัง AEC อีกด้วย

พัฒนาสินค้า แต่ก็ไม่ลืมทำเพื่อ "สังคม"

นอกจากเรื่องของการพัฒนาสินค้าแล้ว สมูทโตะเองก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของบุคคลและสภาพแวดล้อม ด้วยการทำกิจกรรม CSR เพื่อตอบแทนสู่สังคมด้วย
“พนักงานบริษัทมีพนักงานอยู่ 60 คน ซึ่งใน 60 คนนี้ คือเรารับคนในพื้นที่ เราต้องการสร้างงานทำให้คนรายได้มากขึ้น โดยที่ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นอายุเท่านั้น เท่านี้ เพราะเครื่องสำอางมีน้ำหนักเบา คนสูงอายุ เราก็รับหมด รวมถึงมีการรับนักเรียนหรือนักศึกษาเข้ามาฝึกงานด้วย ปัจจุบันก็มีในส่วนของการฝึกงานด้านการตลาด การผลิต และการวิจัยด้วย"
ด้านคุณอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ในฐานะของช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์สมูทโตะเสริมว่า ทเวนตี้โฟร์ช้อบปิ้งมีนโยบายที่จะส่งเสริม SMEs และก็ผู้ประกอบการที่มี
นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย โดยผ่านช่องทางที่มีความหลากหลาย 1.ก็คือผ่านหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งสินค้าที่ผ่านช่องทางนี้ก็จะมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายรูปแบบในที่นี้หมายถึงกลุ่มประเภทของสินค้า กลุ่มที่เยอะที่สุดและได้รับการตอบรับค่อนข้างดีก็คือประเภทความสวย ความงาม 2.ผ่านระบบของทเวนตี้โฟร์ช้อบปิ้ง กลุ่มประเภทของสินค้าที่ได้รับการตอบรับดีก็จะเป็นของใช้ที่ใช้ในบ้าน แต่ลูกค้าที่ซื้อผ่านร้านเซเว่นฯ ก็จะเป็นช่องทางที่ใหญ่ที่สุดอยู่ ณ ตอนนี้ ประมาณ 75% ส่วนช่องทางอื่นๆ ก็จะหนังสือ ออนไลน์ และออนแอร์ โดยสมูทโตะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาใหม่ๆ แล้วมีความรู้สึกว่าสินค้าตัวนี้คือใช่เลย เพราะสมัยก่อนผลไม้บ้านเรามีเยอะมากโดยเฉพาะมะเขือเทศ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันมีหลายพันธุ์ เพิ่งจะมารู้ตอนที่ได้ร่วมงานกับสมูทโตะว่าสายพันธุ์ที่ใช้อยู่มีส่วนประกอบสำคัญที่สะกัดแล้วนำมาใช้ได้ ตอนนี้มีโอกาสได้มาเยี่ยมโรงงานและได้เห็นความสำเร็จโดยใช้เวลามากนัก
“ต้องยอมรับว่าสมูทโตะ เป็น SMEs ที่มีความเปลี่ยนแปลง พัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ได้อย่างก้าวกระโดด จากยอดขายที่เติบโตและได้ผลตอบรับที่ดีตั้งแต่ปีจนถึงปัจจุบัน และใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถกระโดดจากช่องทางการจัดจำหน่ายจาก 100 สาขา ไปเป็น 8,000 กว่าสาขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เรียกว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของ Start Up หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องแล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นโมเดลที่ดี ให้กับคนวัยรุ่นใหม่ๆ ภายในระยะเวลา 3 ปี สมูทโตะทำให้ลูกค้าเข้าใจและก็รู้จักแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยี ใช้สื่อต่างๆ เข้ามาช่วยอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะมากมาาย แต่รู้จักช่องทางที่ถูกต้องที่จะเข้าถึงลูกค้า เรียกว่าประสบความสำเร็จและที่สำคัญคือยังได้รับรางวัล เซเว่นอินโนเวชั่น อวอร์ดส์ในปีนี้ด้วย"

ใครที่เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เชื่อว่าเรื่องราวของ "สมูทโตะ" จะเป็นแบบอย่างของผู้ประกอบการ SMEs รุ่นใหม่ หรือ Start Up ได้เป็นอย่างดี เพียงแค่กล้าคิด กล้าทำ กล้าแตกต่าง แต่ก็ไม่ลืมความต้องการของผู้บริโภค ว่าสุดท้ายสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอะไร ซีพี ออลล์ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกคนนะคะ

อยากรู้เรื่อง การเป็นเถ้าแก่ชั้นเทพ ไปที่งานสัมมนา เปิดฟรี ปลุกพลัง เถ้าแก่ชั้นเทพ เสาร์ 22 กรกฎาคม 2560 นี้ ที่อาคารซีพีทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนนสีลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

02 321 7701-2 หรือ อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.