Print
Hits: 2153

สุภาดา  ตะวันดา

สร้างตัวครั้งใหม่ จากผัดไทย ตะวันดา

คุณสุภาดา  ตะวันดา เคยเป็นผู้ที่มีฐานะมาก่อน  แต่ธุรกิจล้มเหลว จึงกลายมาเป็นคนติดหนี้ เพียงช่วงข้ามคืน  แต่เพราะ  มาเรียนรู้เรื่องระบบแฟรนไชส์  ทำให้เธอเก็ตไอเดีย  เปิดร้านแฟรนไชส์ตะวันดา หนี้ที่เธอติดตัวมากับเธอกว่า 3 ล้านบาท แต่ด้วยผัดไทยตะวันดากิจการในรูปแบบใหม่นี้   ไม่เพียงทำให้เธอปลดหนี้ได้เท่านั้น   ร้านผัดไทยตะวันดาของเธอขายสาขาเพิ่มขึ้นๆ  ไปไกลจนฉุดไม่อยู่ จากชีวิตที่เคยติดลบ บัดนี้ ทำให้เธอมีทั้ง บ้าน คอนโด  เงิน ทอง เครื่องประดับฐานะของเธอฟื้นขึ้นมาดีกว่าเดิม  แถมยังสามารถใช้ชีวิต   เที่ยวไป ทำงานไป ทำบุญไปด้วย อย่างที่เธอต้องการ   เธอยินดีที่จะเปิดเผยอย่างหมดเปลือกว่า  ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้น และสร้างธุรกิจให้ ก้าวหน้าได้ 

หมดตัว เพราะเล่นหุ้น

คุณดาเล่าถึงที่มาของเธอว่า “พูดถึงก่อนที่จะมาเปิดร้าน ตอนนั้นพี่เปิดบริษัท ออกแบบ ทีดี ดีไซน์ อยู่ลาดพร้าว ก็ประสบความสำเร็จ แต่เรามีปัญหาเรื่องเล่นหุ้น เมื่อมีรายได้ดีระดับหนึ่ง พี่ก็ไปเล่นหุ้นซื้อหุ้นหมดตัวเลย จากคนที่เคยมีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 10 ล้านขึ้น หุ้นกินหมดในเวลาแป๊บเดียว  แต่เราก็ไม่เป็นไรถือว่าเราเริ่มต้นแบบที่ว่าเราไม่ได้มีเงินก้อนมาก่อน”

“พอเกิดเหตุการณ์นั้น พี่ก็อยู่นิ่งๆ แล้วก็มองว่าพอแล้ว อยู่กับบ้าน นั่งพักชิวชิว  ก็เปิดร้านอาหารเล็กๆอยู่กับบ้าน  ขายอาหารตามสั่ง และมีเมนูผัดไท ก็พออยู่ได้  แต่ผัดไท เป็นตัวที่ขายดีที่สุด ตอนนั้นปี 2554 เปิดไม่กี่เดือน ที่รังสิต ทำไประยะหนึ่งรู้สึกว่าต้องมานั่งเฝ้าร้านทุกวัน  มันก็ไม่ใช่ตัวเรา ไม่โดน ก็คิดจะขึ้นห้าง ก็ได้พื้นที่เปิดร้านที่ไชน่าเวิรค์ วังบูรพา ชื่อร้าน  บลูตะวัน  ทุกวันนี้ร้านนี้ก็ยังอยู่ เป็นร้านตามสั่งขายอาหารทุกอย่าง แล้วก็เป็นอะไรที่พอเปิดแล้ว มันก็ยังไม่ใช่อีกที่เราจะมานั่งอยู่ตรงนี้  ก็เกิดความคิดที่จะทำเป็นแฟรนไชส์” 

อบรม แล้ว ลงมือทำ

แต่คุณดา ไม่มีความรู้เรื่องแฟรนไชส์มาก่อน  ก็คิดว่าต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง จึงมาเข้าคอร์สอบรมของสมาคมแฟรนไชส์ไทย

“วันที่มาอบรมกับสมาคมปีนั้น  มีหนึ้ติดตัวมาไม่ต่ำกว่า 3 ล้าน  คือเราก็ชอบทำอาหารแต่ก็ไม่ได้อยู่ในวงการอาหารแบบร้อยเปอร์เซ็นต์  พอมานั่งศึกษาเองมันก็ยังไม่ได้ลึกซึ้ง   ก้าวแรกของการทำธุรกิจ ต้องมีการฝึกอบรมค่ะ โดยเฉพาะการอบรมที่นี่ ไม่มีกั๊กองค์ความรู้ ถ้าไม่ได้ไปอบรม พี่คงพี่คงไม่กล้าขยายแฟรนไชส์ให้ลูกค้า การมาอบรมนอกจากได้ความรู้  ที่พี่ได้จริงๆก็คือ จุดประกายไฟในตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง”

“จากจุดที่เราไปอบรมกับสมาคมแฟรนไชส์ไทยมา  ก็มาปรับใช้  เช่น การทำคู่มือการทำงาน ต้องเรียงลำดับความเข้าใจให้ได้  และไม่ใช่แค่คิด  แต่มันต้องลงมือทำด้วย  อย่าคิดว่าฉันเข้าใจแล้วฉันไม่ทำได้ก็ได้  เอาคู่มือมาทำตามว่าต้องทำอะไรบ้างให้กับร้านลูกค้า เราเอาตรงนั้นมาแล้วตีโจทย์ให้แตก แล้วลงมือทำ” ก่อนหน้านี้คุณดาเบื่อกับชีวิตที่ต้องผูกติดกับร้าน และเหนื่อยกับการทำงานหนักทุกวัน  แต่ตอนนี้เธอสามารถไปไหนมาไหนได้ ตามที่ต้องการ อะไรคือสิ่งที่เธอค้นพบ

“คู่มือ” การทำงาน เป็นหัวใจสำคัญ  ที่ทำให้คุณดา ไม่ต้องมานั่งเฝ้าร้านอีกต่อไป เพราะคู่มือ คือ คัมภีร์ที่สร้างขึ้นมา ทำให้การทำงานกลายเป็นระบบ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวบุคคลอีกต่อไป  แต่ทุกคนจะทำงานตามคู่มือที่บอกเอาไว้  สิ่งนี้ ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ที่ไม่ต้องเฝ้าร้านเท่านั้น  แต่มันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ทำให้ร้านผัดไทยตะวันดาเกิดขึ้นได้อีกอย่างนับไม่ถ้วนมั่นใจ ขายประสบการณ์“แต่อบรมเสร็จแล้วไม่ใช่ขายแฟรนไชส์ได้เลย   เราต้องทำสาขาของเราขึ้นมาก่อน เพื่อเรียนรู้การทำงานของเราเอง จนแม่นใจเย็นนิดนึง แล้วเราค่อยขายแฟรนไชส์  เพราะถ้า  รีบขาย ผู้ซื้อแฟรนไชส์ของคุณจบ คุณก็จบไปด้วย หลังจากที่พี่ดาอบรมเสร็จ ก็สร้างอีกร้านหนึ่งขึ้นมา ประมาณเดือนมกราคม ปี25 56 เปิดเป็นร้านผัดไท อยู่บนห้างเดียวกัน  ขื่อร้าน ผัดไทชาววังตะวันดา สาขาแรกก็เป็นของเราเอง  พอหลังจากที่เปิดเสร็จ ก็ลูกค้าสนใจจะซื้อแฟรนไชส์  เพราะทานแล้วถูกปาก  ก็ยังขายให้ไม่ได้ เพราะเรายังไม่ลึกซึ้งในเรื่องของวัตถุดิบ และการจัดส่ง  ยังอยู่ในกระบวนการทดลองกับร้านของเราเอง พอหลังจากนั้นเสร็จ ก็เปิดสาขาสองที่ไม่ไกลแถววังบูรพา ก็เริ่มศึกษาข้อดีข้อเสีย หลายๆเรื่อง  จากนั้นก็เปิดสาขาที่สาม ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ให้ไกลออกไปอีก  เพื่อรู้ถึงข้อดีข้อเสีย   เมื่อรู้ปัญหา และหาวิธีแก้ได้แล้ว เช่น เรื่องจัดส่งของ  การจัดการกับวัตถุดิบ จนมั่นใจ จึงเปิดลูกค้าแฟรนไชส์ต่างจังหวัด”

 

ร้านผัดไทยตะวันดา มีเมนูที่ขายหน้าร้านมีทั้งหมด 7 เมนู ได้แก่ ผัดไทย ขนมผักกาด หอยทอด ซึ่งเป็นจานหลักที่โดดเด่นของร้าน ส่วนเมนูทางเลือก ได้แก่ สปาเกตตี้ มักกะโรนี วุ้นเส้น และเมนูเสริมตระกูลเส้นที่หากินยาก คือผัดหมี่ซั่ว

 

ในระยะเวลา  ประมาณ 3 ปี   ในการขายแฟรนไชส์  ปัจจุบัน ร้านแฟรนไชส์ ตะวันดามีกว่า 50 สาขา  และ มีการสอการทำผัดไทย ส่งน้ำปรุง  ให้ลูกค้าไปเปิดร้านที่ประเทศ ออสเตรเลียด้วย

 

“ปกติร้านลูกค้า ใช้เวลาในการเตรียมการเปิดร้าน 7 วัน แต่ตอนนี้ภายใน 1 ชั่วโมงก็เปิดร้านได้แล้ว นั่นคือประสบการณ์การทำงาน ลูกค้าจะซื้อแฟรนไชส์วันนี้ พรุ่งนี้เปิดร้านได้เลย เพราะระบบเราครบองค์ประกอบแล้ว ผ่านการเรียนรู้สาขา 1 2 3 ตอนนี้สาขาของเรามีใต้สุด เหนือสุด ตะวันออก ทุกภาคมีหมดเลย”

 

ผัดไทย  เพียงอย่างเดียว  ที่ทำคุณดาล้างหนี้เก่าได้หมดในเวลาอันสั้น แถมยังสร้างทรัพย์สินใหม่ ที่ดิน เครื่องประดับมากกว่าที่เคยมีเสียอีก  คุณดาพูดได้อย่างเต็มปากว่า “ ก็เกิดมาจากคำว่า ธุรกิจแฟรนไชส์   ต้องบอกว่าช่วงแรกเปิดร้านได้เร็ว  ทำให้ขยายโรงงานในปี่ที่  2 ปี  ในการขายแฟรนไชส์  3 ปีนะคะ 3 ปี กับเงิน 10 ล้าน คุณหาได้ ถ้าจะเดินบนเส้นทางแฟรนไชส์นะคุณทำได้ แต่ขอให้ทำจริงๆ หาได้จริงๆ”   

 

เผย วิธี ทำร้านเล็กให้รวย

 

ในวันนี้ คุณดา พึงพอใจกับ ชีวิตที่เป็นอยู่  และด้วยความที่เป็นคนที่ชอบทำบุญ  และใจกว้าง เธอภูมิใจ ที่จะถ่ายทอดวิธีการที่เธอทำสเร็จมาแล้ว  ให้กับผู้ที่มีกิจการรายเล็กๆ ที่ต้องต้องการพัฒนาตัวเอง ให้ประสบความสำเร็จอย่างเธอบ้างดังนี้  ดังนี้

1.ตีโจทย์ ให้แตก

“ทำให้คนที่อยากทำแฟรนไชส์ เท่ากับคุณเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ว่านลงดินแล้ว แต่การที่ว่าคุณจะเกิดไม่เกิดนี่ อยู่ที่คุณตีโจทย์ให้แตก มีเพื่อนอยู่หลายคนมาปรึกษว่าทำไมเขาทำธุรกิจแล้วถึงไม่ประสบความสำเร็จ ก็เพราะเขาไม่รู้จักคำว่า แฟรนไชส์  ต้องอบรมหาความรู้ให้ลึกซึ้ง  จับหลักให้ได้ แล้วลงมือทำ  ทุกคนมีความคิด  มีไอเดีย  ต้องบอกว่า ธุรกิจอาหารตอนนี้เกิดง่าย แต่เกิดอย่างไรให้อยู่คงทน เกิดแล้วก็ให้อยู่ยาวที่สุด  จับอาหารเฉพาะตัวเด่นๆ  เช่น ขนมถังทอง ขนมครก หรือ ลูกชิ้น เป็นแฟรนไชส์ได้ทั้งนั้น จับมาตัวหนึ่งแล้ว เราจะโฟกัสมัน ทำจริง ลุยจริง”

 

2.เข้าห้าง ปิดประตูเจ๊ง

“เรื่องเปิดร้านศูนย์ฟ้าสฟู้ดบนห้าง   เปิดประตูขาดทุนไปเลย  เพราะลงทุนน้อย ไม่ต้องสร้างร้าน ไม่ต้องซื้อจานชาม ไม่ต้องจ้างพนักงานทำความสะอาด  แต่คุณต้องมีสายป่านยาวหน่อย  อย่างพี่ดา ตอนนั้นก็ไม่มีเงินอีก เพราะหมดลงไปกับร้านที่ทำไปก่อนหน้านี้เป็นร้านอยู่นอกห้าง   และต้องซื้อของเข้าร้านทุกวัน  1-2 พัน หมุนจับแพะชนแกะ คือไม่มีทุนเลย  ก็ขนาดเงินสองพันยังต้องยืมคนรู้จัก  กว่าจะเข้าที่ใช้เวลาสามเดือน ทำให้เรารู้ปัญหาเลยว่า  ถ้าคุณเปิดร้านนอกห้าง ต้องลงทุนเท่าไหร่ แล้วเมื่อไหร่จะคืนทุน”  

 

3.ทำเล ที่มาของความสำเร็จ

“ตอนที่ทำร้านนอกห้าง เรามองทำเลคิดว่าดีที่สุด แต่สิ่งที่ไม่ดีเราจะมองไม่เห็น แต่พอเราเจ๊งแค่ร้านเดียว ทำให้เราก็รู้แล้วว่า ข้างนอกผัดไทคนไม่จอดกิน อย่างฝนตก ทำเลรถเข็นก็อยู่ไม่ได้  บางร้านปิดเกิดเพราะฝนตก แดดออก ทำเลเรา 80เปอร์เซนต์อยู่ในห้างทั้งหมดค่ะ คือดาไม่ต้องการสาขาปิด  ตอนนี้มีคนจองเปิดผัดไทยตะวันดากว่า 20 ราย  ก็ยังไม่เปิดให้เลย  เพราะยังหาพื้นที่ดีๆไม่ได้  บอกว่าคุณต้องรอ อย่างที่บอกค่ะ ความพร้อมน่ะ คือลูกค้ามีเงิน แต่จะทำธุรกิจก็ต้องรอให้เราหาทำเลที่ขายของได้ เพราะทำเลไม่ดีเปิดไปก็ต้องปิดค่ะ”

 

4.อย่าท้อ ปัญหาทุกอย่าง แก้ได้

“อย่าพึ่งท้อ เด็ดขาด ถ้าท้อจะไม่เดินหน้า ช่วงล้มลุกคลุกคลาน พี่ก็มีวิธีคิดว่า ปัญหาที่มี เราอย่าไปมองว่าเป็นปัญหา พอเราต้องตั้งหลักก่อน  ยิ่งมีปัญหายิ่งสนุก  ถ้าทำแฟรนไชส์โตเท่าไหร่ ปัญหาก็จะมีมาให้แก้ทุกวัน แต่ถ้าเราคิดบวกได้ ปัญหาต่างๆมันจะไม่ใช่ปัญหาอีกเลย   ฝากถึงทุกท่านว่าที่จริงสิ่งที่เกิดไม่ใช่ตัวปัญหา แต่อยู่ที่จิตใจของเราเองต่างหาก ว่าจะเดินต่อมั้ย  ถ้าไม่เดินต่อ หรือท้อ  หรือกลัวต่ออุปสรรค ไม่กล้า  กลัวหมดทุน  ก็จบ  แต่จริงๆแล้วการทำธุรกิจปัญหา  เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นนะ ที่ทุกคนต้องเจอ”

 

5.เทคนิคส่งของให้ร้านสาขา ความรู้ที่ไม่เคยมีใครสอน

จากการแก้ปัญหาต่างๆนามามาก  ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว  ที่ใครก็ต้องการรู้   ก็คือ วิธีการส่งของให้ร้านสาขาต่างๆที่มีอยู่มากมายกว่า 50 แห่ง  คุณดายินดีเปิดเผยว่า“มีคนถามมาเยอะ เรื่องวิธีการส่งของไปที่สาขาต่างๆ  อยากจะบอกว่า ไม่ยาก  พี่จะใช้ขนส่งที่รับส่งของทั่วประเทศ  เช่น นิ่มสี่เส็ง  ราคาต่อ 1 ลัง น้ำซอสหนักนะ ขนส่งรถร่วมที่ลังละ 60 บาท ขนส่งเอกชน  70 บาท ถ้ารถตู้ที่ละ 200 บาท   คือเหมาเบาะนั่งส่งกี่ลังก็ได้เรียกว่าแถว นึงไป 10 ลังก็ 200บาท ไปลังเดียวก็ 200 ดาใช้เวลาในการเวลาทำงาน 3 ปี ชำนาญเรื่องนี้ “ 

 

6.ทำให้คนรู้จัก

“จะทำอย่างไรให้คนรู้จักแบรนด์ของเรา  สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ ทำอย่างไรให้กินแล้วบอกต่อ  กินแล้วเดินกลับมากินอีกครั้งหนึ่ง    ทุกวันนี้ที่ได้กำไร  ไม่ใช่มามาจากการขายแฟรนไชส์นะคะ  แต่เป็นกำไรจากการที่เราซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า นั่นเป็นวิธีการสร้างแบรนด์ที่ดีที่สุด  และสมัยนี้มีโซเชียล มีเดีย ที่ทำให้ทำให้คนรู้จักได้โดยไม่ต้องใช้เงินมาก เราต้องใช้มันให้เป็นค่ะ”

 

แม้ว่าคุณดา  อาจไม่ได้ร่ำรวยแบบติดอันดับเศรษฐีชั้นนำของประเทศ  แต่เรื่องของเธอเข้าถึงคนส่วนใหญ่  ที่ได้สัมผัสถึงความเป็นไปได้ที่จะนำธุรกิจเล็กๆ ธรรมดาๆ  แต่มีดีก้าวสู่เส้นทางการเติบโตที่เห็นภาพชัด เข้าใจง่าย เรื่องราวของเธอ จึง เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนจำนวนมาก  แต่อย่างไรก็ตามเธอฝากย้ำว่า

 

“แต่ทำอย่างไรถึงจะเดินไม่หลงทาง เดินยังไงไม่ล้ม ก็อยากฝากให้เข้ามาอบรม เรียนรู้ระบบแฟรนไชส์ กับสมาคมแฟรนไชส์ไทยค่ะ”