Print
Hits: 2433

     

ร้านสวยด้วยสีสัน

       บางคนคิดไม่ออกว่า จะตกแต่งรูปแบบใด ถึงจะเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งลูกค้า และเจ้าของร้าน ซึ่งก็มีหลายวิธีให้เลือก โดยเฉพาะวิธีที่ง่ายที่สุด คือ การใช้สีในการตกแต่งร้าน

       สีมีพลัง สีมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของมนุษย์ สีสามารถสร้างอารมณ์ได้ ตามจินตนาการของผู้ที่ออกแบบ สีสามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของสินค้า และการให้บริการกับลูกค้าเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้ารู้จักเลือกสีให้สวย และเหมาะสม ก็จะช่วยให้ร้านมีจุดสนใจ โดยมีสีเป็นพระเอก

       สีสวย  เกิดจากการจับคู่สีให้เหมาะสม สีที่สวยมีความหลากหลายอยู่ที่ความชอบ และรสนิยม ร้านค้าที่เลีอกตกแต่งด้วยสีแบบตั้งใจให้สีโดดเด่นนั้น สามารถทำให้ลูกค้าประทับใจได้ไม่ยาก เป็นการเลือกวิธีการตกแต่งที่ง่ายที่สุด  ซึ่งมีวิธีการตกแต่งด้วยสี ดังนั้

        1.กลุ่มสีสด  ร้านค้าประเภทที่ต้องการมีสีสด มีหลายร้าน เช่น  ร้านเกี่ยวกับเด็ก ร้านในสวนสนุก ร้านอาหารประเภทจานเดียว ร้านที่ต้องการความตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน ร่าเริง ดึงดูดสายตา สะท้อนความรวดเร็วทันใจ เหมาะสมกับวัยรุ่น และวัยเด็กที่กำลังจดจำ

        2.กลุ่มโทนสีจืด เรียบ  ร้านค้าที่ต้องการความนิ่งเงียบ สงบ ไม่ต้องการให้บรรยากาศของร้านมาทำลายสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของตน ร้านที่โชว์สเปช โชว์ลีลาของฟอร์ม รูปทรงร้าน โดยปล่อยให้สีเป็นตังรอง แต่เป็นตัวรองที่ส่งเสริมให้รูปทรงเด่นขึ้นมา ซึ่งในบางครั้งจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างสี หรือ รูปทรง เพราะถ้าเลือกสี หรือ รูปทรง 2 อย่างให้โดดเด่นพร้อมกันอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้ง และทำลายผลิตภัณฑ์ก็เป็นได้ ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและมีประสบการณ์เป็นพิเศษ ร้านที่ต้องการใช้สี ประเภทสีที่จืด เรียบ สะอาด เช่น ร้านอาหารสไตส์โรแมนติก นั่งสบายๆนานๆ ร้านเสื้อผ้าบางประเภทที่ต้องการเจาะกลุ่มคนทำงาน นักธุรกิจ ร้านจำหน่ายสินค้าที่มีราคา มีแบรนด์ชั้นนำของโลก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการใช้สีเรียบๆจืดๆ จะเหมาะกับสินค้าที่ต้องยกระดับสินค้าให้สูงขึ้น กับลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โชว์ความเนี๊ยบ ละเอียดลออของสินค้า กลุ่มสีประเภทนี้เริ่มที่สีขาว เทาอ่อน ครีมอ่อน สีที่โดดเด่นเบรกด้วยการสผมสีขาวลงไป หรือดำลงไปให้หม่น และจืดลง ลดพลังของสีที่สด หรือแม่สีลง ข้อควรระวังในการเลือกใช้สี ไม่ควรให้หม่นลงจนขาดความไบร์ทของสีไป

        3.กลุ่มสีตรงข้าม  บางครั้งความขัดแย้งระหว่างคู่สีตรงกันข้าม  หมายถึงสีตรงกันข้ามในวงจรสี  เช่น ระหว่างแดงเขียว หรือระหว่างเหลืองม่วง เป็นต้น ตกแต่งด้วยสีเหล่านี้ทำให้เกิดความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ กับผู้พบเห็น แต่ต้องได้รับการจัดที่แม่นยำ ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเน่า ซึ่งมีให้เห็นมากมายในร้านค้าที่ไม่มีความเข้าใจเรื่องสี

       วิธีการจับสีตรงข้ามให้เหมาะสมกัน อาจจะเปรียบเทียบได้จากสัดส่วนของธรรมชาติ ที่เราสังเกตเห็น เช่น ประเภทระหว่างใบไม้สีเขียวกับดอกไม้สีแดงของต้นชบา สังเกตได้ว่ามีสัดส่วนที่เหมาะสม คือ ใบไม้จะมากกว่าดอกไม้ นั่นหมายถึงการกำหนดคู่สีที่ตรงกันข้าม ในสัดส่วนอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า หรือลดทอนความแรงของสีใดสีหนึ่ง เช่น ลดแดงให้หม่นลง หรือ จืดลง ก็จะได้คู่สรที่สวยงาม ดูดี มีเสน่ห์

        4.สีเฉพาะของสินค้า  การจับคู่สีเฉพาะของสินค้า หรือ สีใดสีหนึ่ง ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของสินค้านั้นๆภายในร้าน และลักษณะการให้บริการ ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อสร้างความจดจำ ส่งเสริมให้แบรนด์มีค่า มีพลังขึ้นมา พลังแห่งสีในการถ่ายทอดออกมา สำหรับการตกแต่งที่ดึงลักษณะเฉพาะของสินค้าออกมานั้น เป็นเสมือนตัวแทนในการสื่อความหมาย ความเป็นตัวตนของร้านค้า แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ ในการจับคู่สี เพราะบางครั้งสีบางเฉด ไม่สมควรนำมาตกแต่งอย่างมากมายเกินควร เพราะบางครั้งอาจไปทำลายสินค้ามากกว่าไปส่งเสริม ดังนั้นจึงอยู่ที่การหาคู้สีที่เหมาะกับที่เป็นประธานเป็นรองที่ช่วยส่งต่อให้สีหลักสวยขึ้น

          เรื่องราวของสียังมีอีกมากมาย เพราะสีอยู่คู่กับโลกมาตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลก และจะอยู่ต่อไปนิรันดร เฉดสียังมีอีกนับไม่ถ้วน